เกาะติดเหตุการณ์ความเคลื่อนไหวได้ที่

Home >> News - คมชัดลึก >> บันเทิง >> PekingOperaBluesเผ็ดสวยดุณเปไก๋

PekingOperaBluesเผ็ดสวยดุณเปไก๋

30-Mar-2012 06:03




Peking Opera Bluesเผ็ด สวย ดุ ณ เปไก๋:เอกเขนกดูหนัง โดย... ณัฐพงษ์ โอฆะพนม

          ฉีเคอะ, สวีเค่อ ชื่อที่ใครๆ ใช้เรียกขานผู้กำกับฮ่องกง ที่มีตัวสะกดในภาษาอังกฤษว่า ‘Tsui Hark’ แม้จะข้ามไปทำมาหากินในฮอลลีวู้ดตามหลังเพื่อนผู้กำกับรุ่นราวคราวเดียวกันอย่าง จอห์น วู และ หว่อง กาไว แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จและกลับมาทำงานบนเกาะฮ่องกงอีกครั้ง หลายครั้งเขามักถูกค่อนขอดว่าความสำเร็จที่ได้มา ก็เพราะ ‘ฟลุค’ บ้าง ดวงดีบ้าง จังหวะและโอกาสบ้าง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าฝีไม้ลายมือในการทำหนังของเขาจะยิ่งหย่อนไปกว่าเพื่อนทั้งสอง แถมทั้งลายเซ็นที่ฝากไว้เป็นเอกลักษณ์แสดงถึงตัวตนที่โดดเด่นเห็นได้ชัดในหนังของเขาแต่ละเรื่องก็ประจักษ์แจ้ง รักษามาตรฐานของผลงาน (ซึ่งไม่ได้หมายความว่าเป็นหนังดี) เอาไว้ได้อย่างเสมอต้นเสมอปลาย
 
          หนังกังฟูสามมิติที่งานวิชวลเอฟเฟกท์เหนือชั้นเกินมาตรฐานชาติเอเชียด้วยกันในหนังที่เพิ่งออกฉายบ้านเราเมื่อต้นปีนี้อย่าง “Flying Swords of Dragon Gate” เรื่องราวการฟาดฟันของเหล่าจอมดาบผ่านการตัดต่ออย่างฉับไวและทอดยาวในบางจังหวะ ทำให้ “Seven Swords” เป็นมากกว่าหนังจอมยุทธ์ประดาบ อย่างที่เคยรุ่งเรืองในยุคชอว์ บราเดอร์ เมื่อกว่า 40 ปีก่อน หรือถ้าย้อนกลับไปไกลกว่า 20 ปีก่อนหน้านี้ หนังชุด Chinesse Ghost Story หรือที่คอหนังจีนในบ้านเรารู้จักในชื่อ ‘โปเยโปโลเย’ ก็ได้สร้างตำนานรักระหว่างนักพรตหนุ่มและปีศาจสาว ที่ทำเอาคนดูตื่นตาตื่นใจกับฉากไล่ล่าเหาะเหินเดินอากาศของฝ่ายปีศาจและนักบุญมาแล้ว
 
          ฉีเคอะ ถือเป็นผู้กำกับหนังแอ็กชั่นที่ผ่านร้อนผ่านหนาว อยู่ในยุคเปลี่ยนผ่านทางประวัติศาสตร์ภาพยนตร์จีนฮ่องกงหน้าสำคัญมาหลายทศวรรษ แต่ไม่ว่าอย่างไรผลงานและตัวตนของเขายังเป็นยอมรับอยู่เสมอ โดยเฉพาะคอหนังและบริษัทจัดจำหน่ายหนังในบ้านเรา ปลายยุค 80’s สปอตโฆษณาหนังของเขาต้องลงท้ายด้วยประโยคว่า ‘ฉี...เคอะ กำกับ’ ทุกเรื่องไป
 
          นอกจากหนังชุด “หวงเฟยหง” “เดชคัมภีร์เทวดา” อีกหนึ่งผลงานของ ‘ฉีเคอะ’ ที่ถือเป็นหมุดหมายสำคัญ ในการลงหลักปักฐานชื่อเสียงของผู้กำกับคนนี้ให้เป็นที่รู้จักและอยู่ในใจคนดูหนังมากมาย เกิดขึ้นในปี ค.ศ. 1986 (พ.ศ. 2529) คือเรื่อง “เผ็ดสวยดุ ณ เปไก๋” (Peking Opera Blues) นี่อาจเป็นหนังที่มีความลงตัว และถึงพร้อมด้วยองค์ประกอบความสนุกสนานครบรสที่สุดของ ‘ฉีเคอะ’ ตั้งแต่บทหนัง การวางคาแร็กเตอร์ตัวละคร การคัดเลือกนักแสดงที่มารับบทสำคัญๆ งานกำกับศิลป์ กำกับภาพ การตัดต่อที่เร่งเร้าจังหวะได้กระชับฉับไว เล่าเรื่องอย่างลื่นไหลไม่เยิ่นเย้อ ผสมกับฉากต่อสู้ที่ออกแบบมาได้อย่างคล่องแคล่ว สอดรับกับอุปกรณ์ประกอบฉากต่างๆ ที่วางเรียงราย (อย่างจงใจ แต่ทำให้ดูเป็นเรื่องบังเอิญ)

          แต่เสน่ห์ที่สำคัญที่สุดในหนังเรื่องนี้ตกไปอยู่นักแสดงนำสามสาว ที่แต่ละคนต่างมีชื่อเสียงโด่งดังอยู่ในเวลานั้น ทั้งหลินชิงเสีย กับบทลูกสาวนายพล คนรุ่นใหม่หัวก้าวหน้า ที่ความคิดขัดแย้งกับพ่อนายทหารกังฉินที่คบคิดต่างชาติคอรัปชั่นโกงบ้านกินเมือง ส่วนจงฉู่หง กับบทหัวขโมยสาว ที่จับพลัดจับผลูหลงเข้าไปในคณะงิ้ว หลังเกาะติดตามหาทรัพย์สินมีค่าที่แอบเอามาซ่อนไว้ และเยี่ยเชี่ยนเหวิน ในบทลูกสาวเจ้าของคณะงิ้วที่หลงใหลในการแสดง จนต้องแอบขึ้นเวทีอยู่บ่อยๆ
 
          ฉากหลังของหนังเกิดขึ้นราวปีค.ศ. 1911 ที่บ้านเมืองจีนเกิดความวุ่นวายระส่ำระส่าย ดร.ซุนยัดเซ็น เริ่มเคลื่อนไหวใต้ดิน ก่อตั้งองค์กรลับเพื่อล้มล้างการปกครอง ขณะที่เหล่าเจ้าหน้าที่รัฐ ขุนน้ำขุนนาง ก็เอาแต่รังแกข่มเหงประชาชน โกงกินบ้านเมือง เห็นแก่อามิสสินจ้าง ผู้คนเดือดร้อนไปทั่วทุกหย่อมหญ้า หญิงสาวผู้รักชาติ หัวขโมย เด็กประจำโรงงิ้ว เข้ามาพัวพันกันโดยบังเอิญ สาวสูงศักดิ์ต้องการหลักฐานสำคัญเพื่อเปิดโปงคนชั่ว สาว 18 มงกุฎออกตามหาแก้วแหวนเงินทองที่แอบซ่อนไว้ในกล่องไม้ และสาวคณะงิ้วหน้าซื่อจิตใจดีที่ใฝ่ฝันอยากจะขึ้นเวทีแสดง แต่กลับต้องมาให้ความช่วยเหลือสองสาวทั้งๆ ที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน จนกระทั่งกลายเป็นเพื่อนรักกันในที่สุด รวมทั้งสายลับและตำรวจกลับใจ ที่ต้องประคับประคองเอาชีวิตรอดจากการถูกตามล่า
 
          เวลาผ่านมา 26 ปี หนังหาได้มีความเชยแต่อย่างใด หากแต่ยังรักษาอรรถรสความสนุกเอาไว้อย่างครบถ้วน แค่ฉากซ่อนตัวในห้องหับทั้งที่บ้านนายพลสุดหรู หรือห้องแคบๆ ของคณะงิ้วของทั้ง 3 ตัวละครหลักก็น่ารักไม่หยอก เรียกเสียงหัวเราะได้ไม่น้อย เรียกว่า “เผ็ดสวยดุ ณ เปไก๋” ยังคงความจัดจ้านไว้ได้แม้เวลาจะผ่านมานานก็ตาม
.............................
(หมายเหตุ Peking Opera Bluesเผ็ด สวย ดุ ณ เปไก๋:เอกเขนกดูหนัง โดย... ณัฐพงษ์ โอฆะพนม)



previous
next