เกาะติดเหตุการณ์ความเคลื่อนไหวได้ที่

Home >> News - คมชัดลึก >> บันเทิง >> หนังจอกว้าง:ณัฐพงษ์โอฆะพนม

หนังจอกว้าง:ณัฐพงษ์โอฆะพนม

28-Jul-2011 06:07




หนัง(ไทย)ทางเลือก หรือ ทางเลือกของหนัง(ไทย)

           “เบบี้ อาราเบีย” - หนังสารคดีที่ว่าด้วยกลุ่มนักดนตรีรับจ้าง เข้าฉายที่เฮ้าส์ อาร์ซีเอ
 
          “น้ำตาลแดง” (Uncut) - หนังอีโรติกเรื่องดังฉบับดั้งเดิมไม่ตัด เข้าฉายที่เฮ้าส์ อาร์ซีเอ
 
          “ความรัก ศรัทธา ปาฏิหาริย์” - รวมหนังสั้นที่มีเนื้อหาตีแผ่การปัญหาความรุนแรงในผู้หญิง เข้าฉายที่เอสพลานาดซิเนเพล็กซ์ รัชดาภิเษก
 
          “รากเรา” - หนังสารคดีที่ว่าด้วยการเดินทางขึ้นเหนือล่องใต้ เยือนตะวันออกท่องตะวันตก เพื่อทำความรู้จักวัฒนธรรมพื้นถิ่นในแต่ละภูมิภาค เข้าฉายที่ลิโด้ สยามสแควร์
 
          “ขุนรองปลัดชู” - หนังอิงประวัติศาสตร์ที่ว่าด้วยชาวบ้านกลุ่มหนึ่งลุกขึ้นจับดาบสู้รบกับพม่า เข้าฉายที่สกาล่า
 
          “ลุมพินี” - หนังสารคดีที่ว่าด้วยชีวิตของนักมวยเด็กกลุ่มหนึ่ง เข้าฉายที่เอสเอฟเวิลด์ซิเนม่า
 
          “Breakfast Lunch Dinner” - รวมหนังสั้นจากฝีมือผู้กำกับหญิงระดับมือรางวัลของเอเชีย เข้าฉายที่เอสเอฟเวิลด์ ซิเนม่า (โปรแกรมเดียวกับ “ลุมพินี”)
 
          “คนจนผู้ยิ่งใหญ่” - หนังดราม่าที่ว่าด้วยเกษตรกรคนหนึ่ง ผู้ทิ้งไร่ทิ้งนาเดินทางไปใช้แรงงานในเมืองหลวง ก่อนจะกลับมาเพื่อพิสูจน์ว่า ในสังคมชนบทเล็กๆ เขาก็สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างพอเพียง หนังเข้าฉายที่ลิโด้ สยามสแควร์
 
          ทั้งหมดนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของโปรแกรมฉายหนังไทยตลอดครึ่งปีที่ผ่านมา เราอาจจะเรียกว่า ‘หนังทางเลือก’ ‘หนังนอกกระแส’ หรือ ‘หนังอิสระ’ ฯ อะไรก็แล้วแต่ (ขณะที่บางเรื่องเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมเพื่อสังคมและบางเรื่องเกิดขึ้นด้วยเหตุผลทางการตลาด) ซึ่งจะเห็นว่า หนังเหล่านี้ ล้วนมีที่ทางจำกัด ทั้งจำกัดโรง จำกัดรอบที่เข้าฉาย รวมถึงงบประมาณงานสร้างอันจำกัดจำเขี่ย แต่คนทำหนังเหล่านั้นหาได้ถูกจำกัดความคิดสร้างสรรค์ไม่
 
          และหากมองในฐานะคนดูหนังแล้ว เราคงพอมองเห็นทางเลือกใหม่ๆ บ้างใช่มั้ยล่ะครับ จะดูหนังนอกกระแสหลักทั้งที ไม่ต้องรอจนถึงเทศกาลหนังใหญ่ๆ ที่ปีปี หนึ่งจัดกันไม่กี่ครั้ง ที่สำคัญโรงฉายก็ไม่ได้จำกัดแค่เฮ้าส์ อาร์ซีเอ (ซึ่งเดินทางค่อนข้างลำบาก สำหรับคนไม่มีรถส่วนตัว) หรือสยามสแควร์ (ลำบากเรื่องหาที่จอดรถ สำหรับคนมีรถส่วนตัว)อีกต่อไป เมื่อโรงหนังมัลติเพล็กซ์ เริ่มเปิดพื้นที่ให้ (แม้จะจำกัดโรงและรอบฉาย) แต่ความสะดวกสบายในการเดินทาง ยิ่งไปกว่านั้น หนังมีโอกาสขยับขยายพื้นที่สู่วงกว้าง ออกเผยแพร่ไปยังสาธารณชนมากขึ้น นั่นหมายถึงว่าหนังอาจมีโอกาสจะเก็บทุนคืน (ไม่ต้องหวังเลยว่าจะได้กำไร) หรือไม่ก็มีโอกาสสร้างกลุ่มคนดูใหม่ๆ ที่มีความสนใจหนังทีมีแนวทางแตกต่างออกไปจากกระแสหลักมากขึ้น และเป็นการเพิ่มทางเลือกให้กับคนดูหนังมากขึ้นเช่นกัน
 
          โรงหนังเครือเอเพ็กซ์ ย่านสยามสแควร์ และเฮ้าส์ อาร์ซีเอ น่าจะเป็นฐานทัพหลักของเหล่าคนทำหนังอิสระมุ่งหน้าไปขอใช้พื้นที่ในการเผยแพร่ผลงานของพวกเขา ส่วนเครือเมเจอร์ซิเนเพล็กซ์ และเอสเอฟซิเนม่า อาจจะพิจารณาเป็นบางโครงการ ซึ่งอาจขึ้นอยู่กับสายสัมพันธ์ระหว่างเจ้าของโรง ผู้กำกับ โปรดิวเซอร์ หรืออาจรวมถึงผู้ประสานงานจัดจำหน่าย และเจ้าของโครงการ รวมถึงเครดิตของหนัง และผู้กำกับในกรณีที่ไปคว้ารางวัลหรือผ่านเวทีประกวดตามเทศกาลหนังในต่างประเทศมาแล้ว
 
          การปรับเปลี่ยนรูปแบบการฉายหนังไปสู่ระบบดิจิทัล ก็ถือเป็นโอกาสหนึ่งของหนังอิสระ เนื่องจากต้นทุนค่าปริ้นท์ฟิล์มค่อนข้างสูง และเมื่อการถ่ายทำหนังในปัจจุบันหันไปใช้ดิจิทัลกันเกือบหมด และโรงหนังสามารถรองรับระบบดิจิทัลได้ การสมประโยชน์กันในเรื่องของผู้ผลิต(คนทำหนัง) และผู้ค้า (เจ้าของโรงหนัง) จึงเกิดขึ้น และลงเอยในเบื้องต้นอย่างที่เราเห็น
 
          อย่าเพิ่งปรามาสว่า มันอาจเป็นแค่กระแสประเดี๋ยวประด๋าว เหมือนเกลียวคลื่นเล็ก ที่ซัดกระทบเข้ามาแล้วก็ค่อยๆเงียบหายไปชายฝั่ง หากแต่ในช่วงครึ่งหลังของปีนี้มีหนังอิสระเข้าฉายอีกหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็น “The Missing Piece ฉันอยู่นี่ เธออยู่ไหน” สารคดีที่เล่าถึงคนพิการกลุ่มหนึ่งลงมือทำหนัง มีโปรแกรมเข้าฉายที่เฮ้าส์ อาร์ซีเอ, “ที่รัก” หนังรางวัลจากเทศกาลหนังที่ประเทศเนเธอร์แลนด์, “ไฮโซ” หนังเรื่องใหม่ของผู้กำกับ อาทิตย์ อัสสรัตน์ เจ้าของผลงาน “วันเดอร์ฟูลทาวน์” อันลือลั่น รวมถึงสารคดี 'รงษ์ วงษ์สวรรค์ กับการรำลึกถึงนักเขียนผู้ยิ่งใหญ่ ผ่านการบันทึกภาพเหตุการณ์พระราชทานเพลิงศพ, บทสัมภาษณ์บุคคลที่เกี่ยวข้องและศิลปินมากมาย จนถึงการเดินทางของอัฐิ ทีมีกำหนดเข้าฉายปลายปี
 
          ทั้งหมดนี้ เป็นทางเลือกใหม่ๆ ที่คนดูหนังน่าลองแวะเดินเข้าไปทำความรู้จัก



previous
next