เกาะติดเหตุการณ์ความเคลื่อนไหวได้ที่

Home >> News - คมชัดลึก >> ศาสนา ศิลปะ-วัฒนธรรม สาธารณสุข >> ซื่อสัตย์-เป็นกัลยาณมิตร2บิ๊กวธ.ฝากไว้ให้แผ่นดิน

ซื่อสัตย์-เป็นกัลยาณมิตร2บิ๊กวธ.ฝากไว้ให้แผ่นดิน

26-Sep-2011 04:09



ซื่อสัตย์-เป็นกัลยาณมิตร2บิ๊กวธ.ฝากไว้ให้แผ่นดิน : ผกามาศ ใจฉลาด รายงาน

          ท่ามกลางกระแสการแก่งแย่งชิงตำแหน่ง “ราชการ” ชั้นผู้ใหญ่ในบ้านเมืองหลายๆ กระทรวง นำมาซึ่งการแบ่งฝักแบ่งฝ่าย แตกแยกในองค์กรของรัฐ จากมิตรกลายเป็นศัตรู จากศัตรูกลับกลายเป็นมิตร หวาดระแวง ต้องคอยวิ่งเต้นจากข้าราชการฝ่ายการเมือง นักการเมืองฝุ่นตลบ อยากข้ามห้วยข้ามหนองคลองบึงกันจ้าละหวั่น เฝ้าระวังเก้าอี้ตัวเองตลอด 24 ชั่วโมง จนป่านนี้ฝ่ายราชการประจำ (บางคน) ยังไม่เป็นอันทำงานกันอย่างเป็นชิ้นเป็นอัน

              แต่สำหรับ 60 ปีของการรับราชการของ “ข้าราชการ" บางคน (อยากจะเชื่อว่าเป็นส่วนใหญ่) กลับเต็มไปด้วย “ความหมาย" ยิ่ง ไม่ใช่แค่เกษียณอายุราชการแล้ว จะหมดอำนาจวาสนาเลย แต่ทุกๆ “คำพูด” และ “การกระทำ" ของข้าราชการ “น้ำดี" คือบทเรียน คือแบบอย่าง คือครูให้แง่คิดแก่ข้าราชการชั้นผู้น้อย ดังเช่น ปรารพ เหล่าวานิช รองปลัดวธ. ก่อนหน้านี้จะขอเออร์ลี่ก่อนเกษียณ เพราะอาการป่วย แต่ก็ยินดีจะทำงานต่อเพราะคำว่า “ข้าราชการ"

              “เคยมีผู้ใหญ่ท่านหนึ่งเป็นข้าราชการเหมือนกัน ให้ข้อคิดกับผมว่า การทำงานข้าราชการไม่ใช่เรื่องง่าย กว่าจะฟันฝ่าอุปสรรคไปได้ถึงอายุ 60 ปี มันยาก การจะทำงานให้สำเร็จนั้น จะต้องประกอบด้วยปัจจัยหลายอย่าง 1.ข้างบน (ผู้บังคับบัญชา) ต้องดึงเรา ถ้าผู้นำองค์กรไม่ดึงให้ต่อสู้ เราก็จะไม่ขึ้น ถ้าผู้บังคับที่ฉลาดจะดึงเราขึ้น แต่ท่านบอกว่าเวลาดึงก็ต้องระวัง เพราะเวลาดึงก็จะดึงตั้งแต่ศีรษะเราขึ้นไป เราอาจจะร่วงหล่นลงมาก็ได้"

              2.คนที่อยู่ข้างล่าง (ผู้ใต้บังคับบัญชา) ต้องดันพรรคพวกในที่ทำงาน จะต้องคอยดันเวลาที่ผู้ใหญ่ดึงด้วย บางครั้งแรงดึงและแรงดันมันไม่สมดุล แกว่งไปข้างซ้าย-ขวา ดังนั้น ซ้าย-ขวา (เพื่อนฝูง) จะต้องช่วยประคอง จะยกตัวเราและองค์กรขึ้นไปได้ แต่ให้ระวังซ้ายขวา ถ้าเกิดไม่ประคองจะผลักเก้าอี้เรา องค์กรก็พังง่ายๆ เหมือนกัน ที่สำคัญต้องซื่อสัตย์สุจริต มีวาจาสัตย์ ให้ท่องจำไว้เลยว่า “อันมนุษย์ สุดนิยม ที่ลมปาก” เพราะฉะนั้นเวลาจะพูดอะไรต้องระวัง

              “ชีวิตราชการของพวกเรา ผมกล้าพูดได้ว่า ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งต่างๆ ได้ โดยที่ไม่ต้องกังขาเหมือนหลายๆ ที่ที่บอก ไม่ต้องใช้เงินใช้ทอง อันนี้ผมดีใจและภูมิใจมาก เราขึ้นมากันได้เพราะความรู้ความสามารถ อยากให้เรารักษาระบบนี้ไว้ ผมต้องขอขอบคุณ ไม่ใช่ว่าจะไปแล้วยังเอาใจท่านปลัด วธ. ผมต้องขอบคุณอย่างยิ่งในกระบวนการสรรหาครั้งสุดท้ายที่ผมได้มีส่วนร่วม ตั้งแต่ซี 9 ลงมาถึงซี 8 ซี 7 ท่านปลัดได้เปลี่ยนพวกเราและได้วางกลไกต่างๆไว้ ซึ่งผมก็คิดว่าอันนี้เป็นเสน่ห์ เป็นความยุติธรรมของ วธ."

              ด้าน “คัมภีร์ซากอิฐโบราณ” ผู้เกิดจากกรมศิลปากร แต่ปิดฉากชีวิตข้าราชการผู้บริหารระดับสูงที่อธิบดีกรมการศาสนา สด แดงเอียด กล่าวว่า “ผมเรียนโบราณคดี ทำงานที่กรมศิลปากรนานหลายปี จนท้ายสุดอธิบดีกรมการศาสนา รวมแล้ว 6 ปี ที่อยู่ วธ.ก็ได้รู้จักคนในกระทรวงมากขึ้น และรู้สึกว่า วธ.มีความรักกัน มีความเอื้ออาทรซึ่งกันและกัน เป็นคนที่ไม่มากนักแต่เป็นคนที่มีพลัง ที่คนทั้งหลายเรียกหา พวกเราก็คงมีความภาคภูมิใจด้วยกันที่เป็นข้าราชการของ วธ.”

              สำหรับผู้ที่รับราชการอยู่ใน วธ. สด บอกว่า ก็อยากจะให้กำลังใจ มุ่งมั่นทำงาน ช่วยเหลือเกื้อกูล ประคับประคองกัน เป็นพลังในการทำงาน เป้าหมายสุดท้ายคือ งานศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม จะต้องประสบความสำเร็จต่อแผ่นดิน คนใน วธ. สิ่งแรกต้องรอบรู้ในหน้าที่การงาน ต้องมีความชัดเจนในเรื่องศิลปวัฒนธรรม

              “ขอให้ทุกคนมีความเป็นกัลยาณมิตรต่อกันภายในกระทรวงวัฒนธรรม ซึ่งผู้ใดไม่มีกัลยาณมิตรผู้นั้นไปตายซะดีกว่า และจะต้องเป็นมิตรกับคนหน่วยงานอื่นๆ ด้วย เพราะว่าจะช่วยงานของกระทรวงได้มาก อีกอย่างพวกเราต้องมีความอดทน ทนที่จะทำงานอย่างอุตสาหะเพื่อให้งานประสบความสำเร็จ และมีความซื่อสัตย์สุจริต ส่วนผมยินดีที่จะมีความเป็นกัลยาณมิตรต่อทุกคน ในความเป็นพี่เป็นน้องที่ดีกันทั้งกระทรวง”   


          ปรารพ เหล่าวานิช - เกิดวันที่ 10 พฤศจิกายน 2493 จบสาขาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยาบัณฑิต ม.ธรรมศาสตร์ รับราชการปี 2518 ตำแหน่ง วิทยากรตรี จากนั้นเติบโตตามลำดับ เป็นผู้อำนวยการส่วนส่งเสริมการถ่ายทอดวัฒนธรรม สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ (สวช.) ปี 2546 ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมและเผยแพร่วัฒนธรรม ปี 2550 รองผู้อำนวยการสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย ปี 2550 รองอธิบดีกรมศิลปากร และรองอธิบดีกรมศิลปากร ผู้ตรวจราชการ วธ. และเกษียณในตำแหน่งรองปลัด วธ.ในที่สุด

          สด แดงเอียด -  เกิดวันที่ 28 สิงหาคม 2494 ที่นครศรีธรรมราช จบศิลปศาสตรบัณฑิต (โบราณคดี) มหาวิทยาลัยศิลปากร หลักสูตรวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักรรุ่นที่ 47 เริ่มรับราชการกองโบราณคดี กรมศิลปากร กระทรวงศึกษาธิการ ปี 2520 เติบโตในหน้าที่การงานอย่างต่อเนื่อง อาทิ หัวหน้าโครงการอุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย ผู้อำนวยการสำนักโบราณคดีและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ปี 2543 รองอธิบดีกรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม ปี 2545 ผู้ตรวจราชการ รองปลัด วธ. และเกษียณอายุราชการในตำแหน่งอธิบดีกรมการศาสนา



previous
next