เกาะติดเหตุการณ์ความเคลื่อนไหวได้ที่

Home >> News - คมชัดลึก >> อาชญากรรม >> ตะลึงส่วยเปิดเส้นทางลำเลียงหมา

ตะลึงส่วยเปิดเส้นทางลำเลียงหมา

15-Aug-2011 08:08




แหล่งข่าววงการค้าสุนัขเผยเส้นทางลำเลียงสุนัขจากชายแดนไทยปลายทางประเทศเวียดนาม ใช้ช่วงเวลาพลบค่ำและต้องจ่ายส่วยหมา เพื่อไม่ถูกตรวจจับระหว่างทาง ระบุเมื่อข้ามโขงไปได้ทุกอย่างฉลุย

           15 ส.ค.54 แหล่งข่าววงการค้าสุนัขรายหนึ่ง เปิดเผยว่า เดิมการค้าสุนัขมีที่บ้านท่าแร่ ต.ท่าแร่ อ.เมือง จ.สกลนคร เพียงแห่งเดียว แต่ต่อมามีการขยายไปอยู่ในเขตรอยต่อระหว่าง อ.กันทรวิชัย กับ อ.โกสุมพิสัย จ.มหาสารคาม เป็นแหล่งพักสุนัขเพิ่มขึ้นอีกจุดหนึ่ง โดยมีนายทุนเป็นชาวเวียดนามที่เข้ามาทำธุรกิจส่งออกสุนัขเอง ไม่ต้องผ่านผู้ค้ารายใหญ่ของบ้านท่าแร่ โดยหลังจากคัดขนาดและน้ำหนักแล้ว สุนัขทุกตัวจะถูกใส่กรงเหล็กขนาดกว้างประมาณ 80 เซนติเมตรยาว 1 เมตร และสูง 45 เซนติเมตร กรงละ 8 ถึง 10 ตัว ลำเลียงขึ้นรถบรรทุกหกล้อขนาดใหญ่ ใช้สะแลนสีดำคลุมปกปิด ไม่ใช้ผ้าใบเพราะสุนัขจะขาดอากาศหายใจตายได้ ใช้เวลาลำเลียงช่วงพลบค่ำเพื่อหลบหลีกการตรวจค้น

          แหล่งข่าวกล่าวต่อว่า สุนัขจาก จ.มหาสารคามจะวิ่งตามถนนสาย 213 ผ่านอำเภอยางตลาดและตัวเมืองกาฬสินธุ์ เข้าสู่  อ.สมเด็จ แล้วข้ามเทือกเขาภูพานมุ่งเข้าจังหวัดสกลนคร ส่วนสุนัขชุดที่ถูกช่วยเหลือครั้งนี้ คาดว่าเป็นของนายทุนใหญ่ที่บ้านท่าแร่ โดยลำเลียงผ่านเส้นทางย่อยระหว่าง ต.ท่าแร่ ไปยัง อ.ศรีสงคราม จ.นครพนม แต่คราวใดที่มีตำรวจตั้งด่าน ก็จะใช้เส้นทางแยกที่บ้านดอนเชียงบาน มุ่งหน้าสู่ อ.นาหว้า จ.นครพนม ก่อนจะลัดเลาะเข้า อ.ศรีสงคราม

          จากนั้นใช้เส้นทาง บ.ปฏิรูป ไป บ.นาพระชัย เข้าเขต อ.บ้านแพง หากมีด่านตรวจก็จะใช้เส้นทางจาก อ.นาหว้า ดอนสะฝาง มุ่งสู่ อ.บ้านแพง ไปลงเรือหางยาวลำเลียงผ่านที่แม่น้ำโขงขึ้นฝั่งที่ประเทศ สปป.ลาว และจะมีรถบรรทุกขนาดใหญ่สัญชาติเวียดนามมารับ มุ่งหน้าสู่เมืองหลักซาวแขวงบอริคำไซมา ตามถนนหมายเลข 8 ผ่านภูเขาหลายลูก ระยะทางประมาณ 100 กม.มุ่งสู่ด่านกาวแจวของเวียดนาม

          "การขนย้ายสุนัขที่ผ่านมาต้องมีการจ่ายส่วยที่เรียกว่า ส่วยหมา ซึ่งปกติจะมีนายหน้ารับเคลียร์จ่ายแบบเหมาเดือนละประมาณ 7-8 แสนบาท เงินส่วนนี้กระจายไปยังมือเจ้าหน้าที่ของรัฐที่มีหน้าที่รับผิดชอบดูแลพื้นที่ตามเส้นทางรายทางจนกว่าจะถึงฝั่งโขง หลังจากนั้นขบวนการรับช่วงต่อก็จะเข้ารับหน้าที่นำสุนัขทั้งหมดผ่านกระบวนการฟอกตัวให้ถูกกฎหมายแล้วเดินทางต่อไปยังเวียดนามทันที เพียงแค่ 3 ชั่วโมงสุนัขทั้งหมดก็จะถูกส่งไปถึงชายแดนที่ด่านกาวแจวของเวียดนาม ซึ่งที่นั่นจะเป็นที่ชุมนุมของเหล่าพ่อค้าสุนัขที่มาคอยรับช่วงต่อเพื่อนำไปขายต่อตามจังหวัดต่าง ๆ ของเวียดนามต่อไป" แหล่งข่าววงการค้าสุนัขรายหนึ่ง กล่าว

 

สัตวแพทย์สุดยื้อแม่สุนัขดับพร้อมลูก

            ล่าสุด การช่วยเหลือสุนัขที่ จ.นครพนม ทีมสัตวแพทย์ เร่งปั๊มหัวใจแม่สุนัข หลังอ่อนเพลียหนักจนคลอดเองไม่ได้ทีมแพทย์จึงต้องผ่าตัดช่วยเหลือชีวิตลูกสุนัข โดยมีทั้งหมดถึง 9 ตัว แต่เนื่องจากแม่สุนัขอ่อนเพลียมากจนต้องให้น้ำเกลือหลังผ่าตัด แต่ไม่สามารถยื้อชีวิตไว้ได้  ตายพร้อมลูกน้อยอีก 4 ตัว คงเหลือเพียง 5 ตัว

          จากการตรวจสุขภาพสุนัขพบว่า สุนัขบาดเจ็บสาหัสอีกเป็นจำนวนมากที่รอการรักษา บางตัวถูกกระแทกจนเท้าแตกละเอียดซึ่งสัตวแพทย์เกรงว่าจะมีการติดเชื้อในกระดูก ต้องตัดขาทิ้ง  ขณะที่อีกหลายตัวมีแผลฉีกขาดตามลำตัวและสะโพกเป็นแผลฉกรรจ์ ต้องเร่งเย็บและปฐมพยาบาลเป็นการเร่งด่วน

          ทั้งนี้ ตลอดทั้งวันมีรถขนอาหารสุนัขที่ประชาชนทราบข่าวจึงได้รวบรวมกันซื้ออาหารแล้วจ้างรถขนส่งมาส่งให้ที่ด่านกักกันสัตว์ ขณะเดียวกันยังคงมีเจ้าของสุนัขเดินทางมาขอดูสุนัขที่หาย

          นายชูศักดิ์ พงษ์พานิชย์ เปิดเผยว่า นับตั้งแต่วันแรก ๆ ที่รับสุนัขมามีเจ้าของสุนัขตามมาพบแล้วหลายรายและรับไปแล้วก็มี แต่เนื่องจากคดียังไม่สิ้นสุดและสุนัขเหล่านี้เป็นของกลางในคดี  ที่ประชุมจึงมีความเห็นว่าหากมีเจ้าของตามมาพบก็จะให้ลงทะเบียนไว้ และหลังจากคดีสิ้นสุดแล้ว ถึงจะดำเนินการคืนสุนัขให้เจ้าของต่อไป

 

สลด! เจ้าตูบกว่า2000เริ่มทยอยตายเพิ่ม

           ตำรวจได้ส่งตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 คน ส่งฟ้องศาลจังหวัดนครพนมตั้งแต่เมื่อวานนี้แล้ว ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาตัดสิน

           นายเริงศักดิ์ มหาวินิจฉัยมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม กล่าวว่า ขณะนี้สุนัขที่นำมาจากการตรวจยึดรถขนสุนัขที่เตรียมส่งออกประเทศเพื่อนบ้าน อยู่ในความดูแลของปศุสัตว์นครพนม ยังมีชีวิตอยู่กว่า 1000 ตัว เนื่องจากตายเพิ่ม 11 ตัว รวมตาย 260 ตัว ซึ่งสุนัขส่วนใหญ่ ยังอยู่ในสภาพอิดโรย บางตัวป่วย ไม่มีแรง บางตัวบาดเจ็บสาหัสจากการขนย้าย และการแออัดมาในลัง ที่ใส่มาลังละ 13-18 ตัว บางลังเปียกชุ่มทุกตัว คาดว่าตกน้ำ ทางเจ้าหน้าที่พบสุนัขท้อง 2 ตัว วานนี้ออกลูกได้ 3 ตัว แต่ตายไป 2 เหลือรอดมา 1 ตัว ขณะที่ปศุสัตว์นครพนมเปิดเผย วานนี้มีเจ้าของมาตามหาสุนัขและรับกลับไปแล้ว 3 ตัว กำชับให้มีการรักษาต่อเนื่อง และติดตามอาการอย่างใกล้ชิด

           "ในช่วงสายวันนี้ จะเปิดบัญชีกระแสรายวัน เพื่อรับบริจาคเงินของผู้มีจิตศรัทธา ซื้ออาหารเลี้ยงสุนัขเหล่านี้ เนื่องจาก ทุกวันนี้ต้องอยู่กันอย่างแออัด และทางจังหวัด ต้องดูแลสุนัขเหล่านี้ไปอีกนาน เนื่องจาก ต้องดูแลจนกว่าคดีจะเสร็จสิ้น เพราะถือว่าเป็นของกลางในการกระทำความผิด" นายเริงศักดิ์ กล่าว

 

ศาลนัดตัดสินคดีค้าสุนัข26ก.ย.

          นายโรเจอร์ โลหะนันท์ เลขาธิการสมาคมพิทักษ์สัตว์ไทย พร้อมคณะได้เข้าตรวจสุขภาพสุนัขที่ถูกขังอยู่ที่ด่านกักกันสัตว์นครพนม โดยได้ทำการตรวจสุขภาพพร้อมติดหมายเลขประจำตัวและถ่ายรูปไว้เป็นหลักฐานทุกตัว ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ได้ตรวจนับ คัดแยกสุนัขที่ตาย สุนัขป่วย และสุนัขปกติ โดยแยกกักเลี้ยงรวมตามกลุ่มคดี

          ด้านนายไพรัช ประทุมสุวรรณ ปศุสัตว์จังหวัดนครพนม กล่าวว่า ปัจจุบันทางด่านกักกันสัตว์นครพนมมีภาระค่าใช้จ่ายต่อวันประมาณวันละ 15,000 บาท เป็นค่าอาหารประมาณ 12,000 บาท และค่าใช้วัสดุอุปกรณ์ วัคซีนและเวชภัณฑ์อีก 3,000 บาท ซึ่งอาหารที่ได้รับบริจาคมาขณะนี้ยังคงต้องการอีกเป็นจำนวนมาก เนื่องจาก ทางศาลจังหวัดนครพนมได้นัดมีคำพิพากษาคดีนี้ในวันที่ 26 ก.ย.นี้เหลือเวลาอีกประมาณ 40 วัน โดยศาลได้สั่งให้พนักงานอัยการเร่งติดตามคนขับรถบรรทุกที่ทิ้งรถหลบหนีอีกสองคนมาส่งฟ้องด้วย พร้อมกับสั่งให้สืบเสาะพฤติกรรมของผู้ต้องหาในคดีและเจ้าของรถบรรทุกหกล้อทั้งสี่คันว่าเคยมีพฤติการณ์ค้าขายสุนัขมาก่อนหรือไม่ อีกด้วย

          ส่วนผู้ต้องหาชาวเวียตนาม คือ นายตรั่น วัน หาย ศาลยังไม่ให้ประกันตัว ด้วยเกรงจะหลบหนี อีกทั้งสุนัขเหล่านี้จะต้องถูกพักเลี้ยงที่นี่ต่อไปอีกจนถึงวันที่ศาลมีคำพิพากษา ขณะที่ตลอดทั้งวันมีชาวบ้าน เจ้าของสุนัขเดินทางมารับสุนัขแสนรักกลับบ้านตลอดทุกวัน

 



previous
next