เกาะติดเหตุการณ์ความเคลื่อนไหวได้ที่

Home >> News - คมชัดลึก >> อาชญากรรม >> แชร์ลอตเตอรี่ตุ๋นพันล.สึนามิรากหญ้า

แชร์ลอตเตอรี่ตุ๋นพันล.สึนามิรากหญ้า

25-Jul-2011 10:07




'แชร์ลอตเตอรี่'ตุ๋นพันล้าน สึนามิเศรษฐกิจรากหญ้า : ตะลุยข่าว โดย กวินทรา ใจซื่อ

          "ร้อยละ 8"...กับข้อเสนอ "ล่อใจแมลงเม่า" ของแชร์ลอตเตอรี่ ทำให้มีกลุ่มสหกรณ์ออมทรัพย์ครูในหลายพื้นที่ของภาคอีสานตกเป็นเหยื่อสูญเสียทรัพย์มูลค่านับพันล้านบาท นับเป็น "สึนามิ" ทางเศรษฐกิจครั้งใหญ่ในรอบเกือบ 30 ปี หลัง "แชร์แม่ชม้อย" เคยสร้างประวัติศาสตร์ไว้เมื่อปี 2527 จนต้องมีการตราพระราชกำหนดการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ.2527 มาบังคับใช้

           "แชร์ลอตเตอรี่" ที่สร้างความปวดใจให้แก่ชาวอีสานมากที่สุด คงเป็นกรณีที่สหกรณ์การเกษตรเมืองเลย ระดมทุนจากสมาชิก 441 ราย เป็นเงินเกือบ 36 ล้านบาท ซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลให้สมาชิกรายละ 10 เล่ม เล่มละ 8,400 บาท ผ่าน น.ส.กัลยาณี แก้วโวหาร ที่อ้างเป็น "ยี่ปั๊ว" มาเสนอจัดสรรโควตาสลากกินแบ่งรัฐบาลให้ รับเงิน 36 ล้านบาทหายเข้ากลีบเมฆ จนกระทั่งถูกจับกุมตัวได้ แต่ก็ได้เงินคืนไม่ครบตามจำนวน

           จุดเริ่มต้นของ "แชร์ลอตเตอรี่" เกิดจากการหมุนเวียนลอตเตอรี่ นำไปสู่การปั่นราคา และการซื้อขายที่ไม่ชอบธรรม ในพื้นที่ จ.เลยนั้น พ.ต.ท.ไพโรจน์ แสงอรุณ รอง ผกก.สส.1 บก.สส.ภ.4 ระบุว่า น.ส.กัลยาณีรับเป็นนายหน้ารับสลากกินแบ่งรัฐบาลมาจากสหกรณ์หลายแห่งใน จ.เลย นำมาขายให้ลูกค้ารายย่อย ต่อมาทางบริษัทที่รับสลากมาจำหน่ายให้สหกรณ์ทราบว่า น.ส.กัลยาณีได้ส่วนต่างของสลากกินแบ่งมาก คือรับมาในราคา 72 บาท ขายต่อในราคา 81-82 บาท ถูกกว่าบริษัท 5-7 บาท บริษัทจึงใช้ตัวแทนส่วนกลางนำสลากกินแบ่งมาขายตัดราคา จน น.ส.กัลยาณีต้องนำสลากกินแบ่งรัฐบาลขายคืนให้บริษัท    

           "ธุรกิจเวียนสลากจึงเกิดขึ้น แต่ละงวดจะมีการเวียนซื้อ-ขายลอตเตอรี่กันถึง 3 รอบ รอบแรกบริษัทขายให้สหกรณ์วังสะพุง และชุมนุมร้านค้าทั่วไป แต่ไม่ทราบราคาที่ชัดเจน เมื่อสหกรณ์ได้รับสลากแล้ว จะขายต่อให้ น.ส.กัลยาณี ในราคาสูงกว่าที่รับซื้อมาจากบริษัทประมาณ 5 บาท ราคาอยู่ที่  68-75 บาท โดยสหกรณ์จะหักกำไร 5 บาทเข้าสหกรณ์ 3.50 บาท อีก 1.50 บาทให้แก่ น.ส.กัลยาณี จากนั้น น.ส.กัลยาณี จะนำสลากกินแบ่งรัฐบาลไปเวียนคืนให้บริษัทอีกครั้ง โดยบริษัทจะจ่ายเงินส่วนต่างให้ตามสมควร บริษัทจะนำลอตเตอรี่ชุดเดิมเวียนเทียนขายให้แก่สหกรณ์ออมทรัพย์ครูสามัญในราคาที่สูงขึ้นแต่ยังไม่สามารถตรวจสอบราคาที่ชัดเจนได้ สหกรณ์จะนำมาขายให้ น.ส.กัลยาณีเหมือนเดิม รวมถึงหักให้ น.ส.กัลยาณี 1.50 บาท และรอบสาม บริษัทขายสลากให้สหกรณ์ออมทรัพย์ครูเลย ซึ่งรอบสุดท้ายนี้ราคาที่บริษัทขายให้แก่สหกรณ์จะมีราคาสูง เมื่อสหกรณ์นำมาขายต่อ น.ส.กัลยาณี จะนำสลากกินแบ่งรัฐบาลที่ซื้อจากสหกรณ์ไปขายให้แก่ลูกค้ารายย่อยทั่วไป โดยจัดแบ่งเป็นเลขชุดขายในราคา 95 บาท แบบแบ่งขายราคาใบละ 85 บาท ซึ่งเป็นการขายเกินราคาตั้งแต่ต้นทาง" พ.ต.ท.ไพโรจน์ เผยกระบวนการปั่นราคา

            อย่างไรก็ตาม กระบวนการปั่นราคาจะไม่เกิดปัญหาอะไร หาก น.ส.กัลยาณี ไม่ทำผิดข้อตกลงกับสหกรณ์ออมทรัพย์ครู ด้วยการโอนเงินให้สหกรณ์ช้ากว่ากำหนด 1 วัน ทำให้สหกรณ์ยกเลิกเครดิตจนไม่มีลอตเตอรี่ไปเวียนเทียน เธอจึงแก้ปัญหาด้วยการระดมทุนเข้าข่ายลักษณะแชร์ลูกโซ่ให้ผลตอบแทนสูงถึงร้อยละ 8  ระดมเงินสดได้ 160 ล้านบาท ซื้อสลากกินแบ่งจากสหกรณ์ครูสามัญ และสหกรณ์ครูเลย แต่ปัญหาที่เกิดจากการยกเลิกเครดิตจากสหกรณ์ออมทรัพย์ครู จ.เลย ส่งผลให้การเวียนลอตเตอรี่ "รวน" ทั้งระบบ จนกระทั่งถึงพ่อค้ามือสุดท้ายช้าเกินไป จึงไม่มีลอตเตอรี่ขายทันเวลาที่กำหนด  

           ระหว่างที่ลอตเตอรี่ไม่มีขาย น.ส.กัลยาณี ได้รู้จักกับนางอุบล (ไม่ทราบนามสกุล) อ้างว่าสามารถหาสลากมาให้ได้ในราคาใบละ 80 บาท แต่ต้องวางเงินมัดจำ 500 ล้านบาท แต่ไม่มีเงินเพียงพอจนกระทั่งทำให้วงจรค้าสลากของเธอชะงักและตัดสินใจหลบหนี จนกระทั่งเกิด "สึนามิลอตเตอรี่" โครมเดียวสินทรัพย์พังราบหายไปในพริบตา

           "วิธีจ่ายค่าผลประโยชน์ทดแทนให้ประชาชนในอัตราร้อยละ 8 ต่องวด จะใช้วิธีจัดคิวเงิน นำเงินไปฝากในธนาคาร แล้วเอาเงินต้นและดอกเบี้ยมาทยอยหมุนเวียนจ่ายผลประโยชน์ตอบแทน ถ้ามีผู้นำเงินมาลงทุนเพิ่มก็จะนำไปหมุนเวียนจ่ายเป็นดอกเบี้ยได้ตลอด แต่ถ้าไม่มีผู้นำเงินมาลงทุนเพิ่มก็จะจ่ายดอกเบี้ยได้ในระยะแรกเท่านั้น เมื่อใช้เงินต้นที่สะสมไว้หมดก็จะไม่มีเงินตอบแทนให้แก่ระบบ ทั้งเงินต้นและเงินดอกเบี้ยก็จะกลายเป็นศูนย์" พ.ต.ท.ไพโรจน์ระบุ

           นอกจากกลุ่มสหกรณ์ออมทรัพย์ครูใน จ.เลย จะตกเป็นเหยื่อสูญเงิน 160 ล้านบาทแล้ว เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2553 เคยเกิดขึ้นกับกลุ่มสหกรณ์ออมทรัพย์ครู จ.กาฬสินธ์ สูญเงินไป 820 ล้านบาท และเมื่อเดือนตุลาคม 2553 เกิดขึ้นกับสหกรณ์ออมทรัพย์ครูชัยภูมิ สูญเงินไป 393 ล้านบาท
                                                                                                                                    - กวินทรา ใจซื่อ -

 



previous
next