เกาะติดเหตุการณ์ความเคลื่อนไหวได้ที่

Home >> News - คมชัดลึก >> พระเครื่อง >> ศิลปะแห่งชีวิต(๔)ทุกขัง

ศิลปะแห่งชีวิต(๔)ทุกขัง

23-Sep-2012 12:09




ศิลปะแห่งชีวิต(๔ )ทุกขัง : คันฉ่องและโคมฉาย โดย ว.วชิรเมธี

              เมื่อเห็นความเปลี่ยนแปลง น้ำตาโยมแทบไม่ไหล เพราะโยมจะเห็นว่า อ๋อ มันเป็นเรื่องธรรมดา อย่าไปยึดติด อย่าไปถือมั่น มันเกิดขึ้นได้ มันก็แตกดับได้ มันก็เท่านั้นเอง โยมส่วนใหญ่ที่ไม่เข้าใจอนิจจัง พอมีคนตายขึ้นมา ก็ร้องห่มร้องไห้ อาตมาเคยไปร่วมงานศพ ก่อนจะเข้าพิธีเผาศพ พิธีกรประกาศว่า “จากนี้เป็นต้นไป ก่อนจะทำพิธีฌาปนกิจศพ ขอให้ญาติผู้วายชนม์ขึ้นไปดูหน้าเป็นวาระสุดท้าย” ญาติพี่น้องก็หามปีกกันขึ้นไป ดูเสร็จแล้วก็เป็นลมพับลงไป หน้าแทบจะชนศพในโลง นี่คือคนที่ไม่เข้าใจอนิจจัง
 
              แต่ถ้าโยมเข้าใจอนิจจัง เมื่ออกหัก แฟนมาบอกเลิก แทนที่จะร้องไห้ โยมก็จะบอกว่า “เหรอ” แค่นั้นคำเดียวพอ
 
              ถ้าแฟนถามว่า “ทำไมล่ะ” โยมก็จะตอบว่า “อ้าว ก็พระท่านบอกแล้วว่า คบได้ก็เลิกได้ เกิดได้ก็ดับได้ ก่อรูปได้มันก็แตกได้ มั่นคงได้มันก็หวั่นไหวได้ นี่คืออนิจจัง ไม่มีอะไรอยู่นิ่งๆ ทุกสิ่งทุกอย่างคือกระแสของความเปลี่ยนแปลง”
 
              ไตรลักษณ์ข้อที่สอง คือ ทุกขัง โยมรู้จักไหม
 
              เพราะทุกสิ่งทุกอย่างในโลกนี้ไม่อาจทนอยู่ในสภาพเดิมได้ตลอดเวลา เนื่องจากมันเกิดจากองค์ประกอบหลายสิ่งหลายอย่างมารวมกันเข้า อย่างขวดน้ำนี้ มันไม่สามารถทนอยู่ในสภาพเดิมได้ตลอดเวลา เพราะขวดน้ำเกิดจากสิ่งซึ่งไม่ใช่ขวดน้ำ ไม่มีอะไรที่เรียกว่าขวดน้ำจริงๆ หากลองแยกออกมา ก็จะประกอบด้วย พลาสติก น้ำ ตราสัญลักษณ์ แล้วก็มีสุญญากาศ ขวดน้ำเกิดจากสิ่งที่ไม่ใช่ขวดน้ำ เพราะฉะนั้นมันจึงทนอยู่ในสภาพเดิมไม่ได้ การที่ทนอยู่ในสภาพเดิมไม่ได้อย่างนี้แหละ เราเรียกว่าทุกข์
 
              พวกเรานั่งนานๆ อย่างนี้ โดยไม่ขยับได้มั้ย สักหนึ่งชั่วโมงได้มั้ย นิ่งๆ เลย ยืดตัวตรง ทำไม่ค่อยได้ เดี๋ยวต้องเผลอขยับ นี่แหละทุกข์
 
              ถามว่าทำไมต้องเป็นทุกข์ เพราะว่าสิ่งเหล่านี้ไม่ได้เกิดจากองค์ประกอบเพียงสิ่งเดียว มันเกิดจากการรวมกันของหลายสิ่งหลายอย่างที่มาสามัคคีกันอยู่ เพราะฉะนั้นจึงต้องพยายามปรับตัวตลอดเวลา
 
              การที่ทุกสิ่งมารวมกันเข้าเป็นสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ทำให้มันตกอยู่ในกระแสของความเปลี่ยนแปลง พอเปลี่ยนแปลงแล้วก็ก่อให้เกิดความทุกข์ ความทุกข์ก็คือ ภาวะที่ไม่อาจทนอยู่ในสภาพเดิม
 
              ถามว่าทำไมมันจึงทนอยู่ในสภาพเดิมไม่ได้ เพราะมันไม่มีตัวตนที่แท้จริงเลย คือ อนัตตา  
 
              ทำไมมันเป็นอนัตตา ก็เพราะสิ่งที่เรียกว่าแก่นแท้ๆ มันไม่มี สรรพสิ่ง คือ ของปรุงแต่ง
 
              อย่างตัวเรานี้ก็เป็นอนัตตา ท่านบอกว่าที่มันเป็นอนัตตา เพราะว่าเราสั่งมันไม่ได้เลย เช่น มันแก่แล้ว สั่งไม่ให้แก่ได้มั้ย เต็มที่ก็ชะลอ แต่ต้องจ่ายค่าชะลอแพงนิดหนึ่ง มันจะหมดแรง สั่งไม่ให้หมดแรงได้มั้ย พออายุมากขึ้น แรงก็จะหมดลงตามลำดับ
 
              มันป่วย สั่งไม่ให้ป่วยได้มั้ย ก็ไม่ค่อยได้ ทำได้เต็มที่แค่ชะลอ มีเงินมหาศาลแค่ไหนก็ตายได้
 (ติดตามตอนต่อไปวันพระหน้า )



previous
next